เรียนภาษาไทย-ติวO-NETสังคม : มาเรียนภาษาญี่ปุ่นกับครูปอง 4

          
พอมาได้อักษรภาษาญี่ปุ่นเหล่านี้แล้ว คุณก็จะมีความรู้เท่าเด็กอนุบาลหนึ่ง บทแรกๆกันแล้วนะครับ เรามาเริ่มดูบทต่อไปกันเลย มันคือการใช้ てんてんเทนเทน กับ まるมารุ ซึ่งจะทำให้เสียงภาษาญี่ปุ่นกลายเป็นเสียงสั่นครับวรรคที่ทำได้มีเพียงไม่กี่วรรคเองนั่นก็คือ วรรค か さ た は ที่เติม てんてん และ まる ที่ได้วรรคเดียวคือ วรรค 
 งะ, กะ
 งิ, กิ
 งุ, กุ
 เงะ, เกะ
 โงะ, โกะ
 ซะ
 จิ*
 ซึ**
 เซะ
 โซะ
 ดะ
 จิ*
 ทซึ**
 เดะ
 โดะ
 บะ
 บิ
 บึ
 เบะ
 โบะ
 พะ
 พิ
 พึ
 เพะ
 โพะ
ซึ่งคำพวกนี้ก็นำมาผสมได้ ต่อๆกัน เหมือนอย่างข้างบน เราจะลองยกตัวอย่างให้ดูสักสองคำนะครับ
がくせい  อ่านว่า กักคุเซ แปลว่า นักเรียนนะครับ
              อ่านว่า โซบะ แปลว่า เส้นโซบะ อาหารนี่แหละครับ
  ในส่วนของเสียงเทนเทน กับ มารุนั้น เราจะมีวิธีออกเสียงเป็นเสียงแบบก้องในลำคอครับ ซึ่งตอนเรียนนี่ยากพอดูเลยTTเนื่องจากการเรียนภาษายิ่งอายุมากลิ้นก็ยิ่งแข็งนะครับ ทำให้ออกเสียงตัวอักษรยากไปสักนิดนึง แต่อย่าได้ท้อถอยครับ เราก็สามารถหัดกันได้ ตอนปองเรียน ปองก็ฟังจากหนังสือ อะกิโกะ โต๊ะโทะโมะดะจินี่แหละครับ ในเล่มก็จะมีเทปให้ฝึกฟังเสียงของ ตัวละครต่างๆคุยกัน การทักทายหรือ การพูดคุยกันในห้องเรียนซึ่งถือว่า ฟังยากกว่าที่คิดครับ เพราะไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่เรา เล่นเอาต้องขยันเลือดทาตาแทบกระเด็นกว่าจะฟังออกหรืออ่านได้คล่อง เพราะส่วนที่ยากของมันนั้น คือ การแยก ตัวอักษร ที่เสียงเหมือนๆกัน รึการจำตัวอักษรที่หน้าตาคล้ายกันที่แหละ ครับ
----------------------------------------------------------------------------------------------------
สำหรับภาษาญี่ปุ่น แม้จะมีเสียงสูงต่ำเพียงแค่ 2 เสียง คือ เสียงสูง และเสียงต่ำ แต่กลับเป็นภาษาที่ออกเสียงได้ยากยิ่งกว่า จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า แม้จะมีชาวต่างชาติที่เรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่เกือบ 4 ล้านคนทั่วโลก แต่คุณอาจจะไม่เคยพบกับชาวต่างชาติที่สามารถออกเสียงสูงต่ำในภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์เลย

ความยากในการออกเสียงสูงต่ำในภาษาญี่ปุ่น มีเหตุผลหลายประการ คือ
  • ไม่มีวรรณยุกต์หรือสัญลักษณ์แสดงการออกเสียง
    จึงไม่ทราบว่าจะออกเสียงสูงหรือต่ำอย่างไร ต้องอาศัยวิธีท่องจำคำศัพท์ซึ่งมีเป็นแสนๆคำ เพียงวิธีเดียวเท่านั้น
  • การนำคำศัพท์ตั้งแต่ 2 คำ มารวมกันเป็นคำใหม่ อาจออกเสียงต่างไปจากเดิม
    เช่น การออกเสียงคำว่า ko (เด็ก, ลูก) และ sakana (ปลา) ทีละคำ จะออกเสียงสูงต่ำ แตกต่างกับคำว่า kozakana (ลูกปลา) จึงจำเป็นต้องท่องจำกันเพิ่มมากขึ้นอีก
  • ภาษากลางและภาษาท้องถิ่น ออกเสียงสูงต่ำต่างกัน
    เช่น คำว่า
    ありがとう (arigatou : ขอบคุณ) ของคนโตเกียว โอซากา และนาโงยา จะออกเสียงสูงต่ำแตกต่างกันทั้ง 3 จังหวัด
    ดังนั้น แม้จะได้ยินจากปากของคนญี่ปุ่นเองก็ตาม ก็ไม่สามารถมั่นใจได้ว่า นั่นคือสำเนียงภาษากลางที่ถูกต้อง ที่ควรจดจำหรือไม่
  • คำบางคำ เช่น คำช่วย ไม่มีเสียงสูงต่ำเป็นของตนเอง แต่จะออกเสียงสูงต่ำ ตามคำศัพท์ที่นำไปใช้ร่วมด้วย
    ดังนั้น หากออกเสียงสูงต่ำของคำศัพท์ไม่ถูก ก็จะออกเสียงสูงต่ำของคำช่วยผิดไปด้วย
  • การออกเสียงสูงต่ำสลับที่กัน อาจทำให้ความหมายเปลี่ยนไป และเป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสาร
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ชาวต่างชาติที่ถึงแม้จะศึกษาและใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลานาน หรือแม้กระทั่งชาวญี่ปุ่นที่เคยชินกับการใช้ภาษาท้องถิ่นมาตั้งแต่เด็ก จึงมักจะมีปัญหาการออกเสียงในสำเนียงภาษากลางอย่างถูกต้อง 

อ้างอิงจาก : http://www.j-campus.com/article/view.php?id=1005

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรียนภาษาไทยกับครูเดช : แก้ไขอ่านเขียนไทยไม่คล่อง

แนวข้อสอบและเฉลย O-NET วิชาสังคมศึกษาฯ : ศาสนา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ม.3

เรื่องย่อหลายชีวิต : พรรณี