Featured post

เรียนภาษาไทยกับครูเดช : แก้ไขอ่านเขียนไทยไม่คล่อง

รูปภาพ
ลูกเราอ่านภาษาไทยไม่ออก   เขียนก็ยังไม่ได้   จะขึ้น ป. 1 แล้ว ทำไงดี ? ลูกขาดความมั่นใจ ไม่กล้าอ่านภาษาไทยเลย เวลาให้อ่านก็อ่านเบา ๆ รู้สึกว่าเขาไม่มั่นใจ ทำไงดี ? เรียนพิเศษที่โรงเรียนก็แล้ว หาครูมาสอนที่บ้านก็แล้ว แต่ลูกยังอ่านไม่คล่องเลย เรียนพิเศษสมัยนี้แพงมาก เศรษฐกิจแบบนี้ไม่ไหวหรอก มีครูที่มากประสบการณ์สอนส่วนตัวราคาถูกบ้างไหม ? อยากให้ลูกเรียนออนไลน์ แต่ไม่อยากให้เรียนแบบวีดีโอ สอนสดส่วนตัว ราคาประหยัดมีบ้างไหม ? อยากให้ลูกเรียนภาษาไทยอ่านเขียนกับครูเดช แต่อยู่ต่างจังหวัดทำไงดี ?ฃ ลูกครึ่งพูดไทยพอได้ อยู่ต่างประเทศอยากเรียนภาษาไทย ทำไงดี ? สารพัดปัญหากวนใจพ่อแม่ผู้ปกครอง   ยิ่งจะหนักใจใหญ่ถ้าบุตรหลานอ่านเขียนภาษาไทยไม่คล่อง   ปัญหานักเรียนชั้นประถมศึกษา ที่อ่านไม่คล่อง เขียนไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหาใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น หากแต่เกิดมานานและสะสมปัญหามาโดยตลอด    จากประสบการณ์ของครูเดช ปัญหาเกิดจากปัญหาพื้นฐานส่วนตัวของนักเรียน การขาดความั่นใจในการอ่านและการเขียน ปัญหานี้เป็นปัญหาหลักที่เกิดจากการที่เด็กถูกตีตราว่าไม่เก่ง เขลา และอีกสา

เรียนภาษาไทย-ติวO-NETสังคม : เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกพร้อมที่จะไปโรงเรียน


เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกพร้อมที่จะไปโรงเรียน



เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกพร้อมที่จะไปโรงเรียน
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกพร้อมที่จะไปโรงเรียน


Q : อยากเรียนถามคุณครูว่า ดิฉันจะต้องส่งลูกเข้าเรียนในชั้นอนุบาลแล้วในเทอมหน้านี้แล้ว แต่อยากจะทราบว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกพร้อมที่จะไปโรงเรียนแล้ว คืออยากให้ลูกไปโรงเรียนแบบมีความสุขคะ


A : เนื่องจากคุณแม่ไม่ได้บอกว่าลูกอายุเท่าใด เพราะขณะนี้ชั้นเตรียมอนุบาลก็รับเด็กตั้งแต่ 18 เดือนขึ้นไปก็มี   ดิฉันจะขอตอบแบบกลางๆ นะคะ เพราะคำถามของคุณแม่น่าสนใจค่ะ ดิฉันเองก็มีความเชื่อว่าถ้าลูกไปโรงเรียนอย่างมีความสุข ผู้ใหญ่ที่แวดล้อมเด็กทุกคนก็ย่อมมีความสุขไปด้วย   สำหรับคำแนะนำมีดังนี้ค่ะ

 การปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ควรพาลูกไปรู้จักสถานศึกษาแต่เนิ่นๆ ก่อนเปิด โดยให้เล่นเครื่องเล่นที่สนามก่อนยิ่งดีค่ะ หาโอกาสพาลูกไปแนะนำตัวกับคุณครูประจำชั้นเพื่อทำความคุ้นเคย ยิ่งถ้าลูกยังเล็กมาก ถ้าทำได้ใน 2 – 3 วันแรก น่าจะให้ลูกอยู่ทำกิจกรรมที่โรงเรียนเพียงครึ่งวัน ยังไม่ต้องนอนกลางวันนะคะ ลูกจะได้ค่อยๆ ปรับตัวปรับใจค่ะ


 การกลัวการพลัดพราก เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของเด็กวัยนี้นะคะ คุณแม่อย่ากังวล คุณแม่พูดให้ลูกรู้ว่าจะมารับกลับบ้านกี่โมง ซึ่งควรรับให้ตรงเวลา อย่าสาย เพราะอาจจะทำให้เด็กรู้สึกใจเสีย เพราะเพื่อนๆ กลับไปหมดแล้ว และไม่ควรหลอกลูกว่าจะไปห้องน้ำ เพราะต่อไปหากคุณแม่ต้องเข้าห้องน้ำจริงๆ ลูกจะไม่ยอมให้ไปค่ะ


 การพูดถึงสิ่งดีๆ ที่โรงเรียนและให้กำลังใจลูก ลูกต้องการ การเสริมแรงทางบวกค่ะ โดยเฉพาะเด็กวัยนี้ต้องการคำชมเชย เช่น แม่ดีใจที่ลูกชอบเล่นระบายสีที่โรงเรียน เวลาไปรับลูกกลับบ้าน คุณแม่และคุณครูร่วมกันชมเชยลูกโดยการชมต่อหน้าเด็ก เช่น “คุณครูขอชมลูกคุณแม่ค่ะว่าเป็นเด็กดีรับประทานแกงจืดตำลึงที่โรงเรียนด้วย” “วันนี้น้องนทช่วยเพื่อนๆ เก็บของเล่นไม้บล็อกที่ชั้นวางด้วยค่ะ น่ารักมาก” เป็นต้น   ดังนั้นขอเพียงผู้ใหญ่เข้าใจพัฒนาการ เด็กๆ ก็จะประสบความสำเร็จในการเริ่มต้นที่โรงเรียนค่ะ


ดร.วรนาท รักสกุลไทย

http://child.haijai.com/3630/

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เรื่องย่อหลายชีวิต : พรรณี

แนวข้อสอบและเฉลย O-NET วิชาสังคมศึกษาฯ : ศาสนา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ม.3

บุคคลสำคัญในการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย