เรียนภาษาไทย-ติวO-NETสังคม : ประโยค

ประโยค


ในระดับประโยค นักภาษาศาสตร์ศึกษาถึงโครงสร้างของวลีและประโยค  ซึ่งเกิดจากการที่นำคำมาเรียงต่อกันเป็นลำดับ จากซ้ายไปขวา ถ้าเราพิจารณาประโยคต่อไปนี้ก็จะเห็นได้ว่า การนำคำมาเรียงกันเป็นประโยคนั้นมีกฎเกณฑ์  กล่าวคือมิใช่คำใดจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ได้ และถ้าไม่เรียงตามกฎเกณฑ์ก็จะไม่เป็นประโยค เช่น
          / แจ๋วใส่เสื้อสีเขียวตัวนี้ทุกวันพุธ
          / ทุกวันพุธ แจ๋วใส่เสื้อสีเขียวตัวนี้
          / เสื้อสีเขียวตัวนี้ แจ๋วใส่ทุกวันพุธ
        X  แจ๋วตัวนี้ เสื้อทุกใส่สีเขียววันพุธ
        X  ทุกแจ๋ว เสื้อวันพุธใส่สีเขียวนี้ตัว
        x  วันพุธทุกสีเขียวใส่ตัวนี้เสื้อแจ๋ว
        x  เสื้อแจ๋วนี้ทุกวันพุธตัวสีเขียวใส่
           ถ้าวิเคราะห์รายละเอียดต่อไปอีกก็จะเห็นว่าถ้าไม่เรียงคำตามกฎเกณฑ์จะได้สิ่งที่ไม่เป็นประโยค ไม่สื่อความ มากกว่าสิ่งที่เป็นประโยคและสื่อความได้ และเมื่อพิจารณาจากข้อมูลประโยคที่ถูกต้อง นักภาษาศาสตร์ก็ตั้งสมมติฐานว่าคำในภาษานั้นแตกต่างกัน แยกได้เป็นประเภทต่างๆ (นาม สรรพนาม กริยา...) แต่ละประเภทมีลักษณะและหน้าที่แตกต่างกัน และคำที่อยู่ในประโยคเดียวกันมีความสัมพันธ์มากน้อยไม่เท่ากันเป็นต้นว่า "สีเขียว" สัมพันธ์ใกล้ชิดกับ "เสื้อ"มากกว่าสัมพันธ์กับคำว่า "ใส่" "ทุก" สัมพันธ์กับ "วันพุธ" มากกว่าคำอื่นๆ ในประโยค ซึ่งแสดงว่าคำในประโยคเดียวกันเกาะกันเป็นกลุ่มๆตามความสัมพันธ์หรือที่เรียกกันว่า "วลี" และกลุ่มคำเหล่านี้ก็แยกเป็นประเภทต่างๆ ได้เช่นเดียวกับคำ (นามวลี กริยาวลี บุพบทวลี...) ในแง่ของความสัมพันธ์ของคำและกลุ่มคำในประโยค เมื่อพิจารณาในรายละเอียด  จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์เหล่านี้มิได้อยู่ในระดับเดียวกัน (จากซ้ายขวา) ทั้งหมด แต่สูงต่ำลดหลั่นกัน ดังเช่น
          นักภาษาศาสตร์ใช้วิธีแยกแยะคำในประโยคออกมาเป็นกลุ่มในลักษณะนี้ เพื่อแสดงความสัมพันธ์ของกลุ่มคำ และระดับของความสัมพันธ์ว่าอยู่ระดับเดียวกันหรือไม่
          ในแง่ของการเรียงคำ นักภาษาศาสตร์ได้ศึกษาประโยคในภาษาต่างๆ และสรุปว่า การเรียงคำในประโยคของภาษาต่างๆ ในโลก มี ๒ แบบใหญ่ๆ คือ การวางคำกริยาไว้หน้ากรรม และการวางคำกริยาไว้หลังกรรม หรือ กริยา+กรรม และกรรม+กริยา ตัวอย่างเช่น ภาษาไทย ภาษาเขมรภาษาเวียดนาม ภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปวางคำกริยาไว้หน้ากรรม ส่วนภาษาพม่า ภาษาญี่ปุ่นภาษาฮินดี โดยทั่วไปวางกรรมไว้หน้ากริยาหรือกริยาไว้ท้ายประโยค เช่น ภาษาพม่า เรียงคำดังนี้"อูถิ่น-ซองจดหมาย-ซื้อ" "เขา-ตลาด-ไป" และการเรียงคำ ๒ แบบนี้ผูกพันกับการเรียงคำอื่นๆ ด้วยเป็นต้นว่า คำวิเศษณ์อยู่หน้าหรือหลังคำนาม คำบุพบทอยู่หน้าหรือหลังคำนาม คำเปรียบเทียบอยู่หน้าหรือหลังคำเปรียบ เช่น ภาษาไทยวางคำเปรียบเทียบไว้หลังคำวิเศษณ์ เช่น ใหญ่กว่า ดีกว่าแต่ภาษาพม่าเรียงคำเป็น กว่าใหญ่ กว่าดี หรือภาษาอังกฤษเรียงคำขยายไว้หน้าคำนาม เช่น ใหญ่บ้าน ดีเด็ก แต่ภาษาไทยเรียงแบบตรงข้าม เช่นบ้านใหญ่ เด็กดี เป็นต้น
          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภาษาทุกภาษาเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและสภาพแวดล้อมประกอบกับผู้พูดภาษาต่างกันมีโอกาสได้หยิบยืมภาษาของกันและกันด้วย จึงทำให้ภาษาโดยทั่วไปมีลักษณะผสม คือ ภาษาหนึ่งอาจวางกรรมไว้หน้ากริยา แต่อาจวางคำขยายไว้หลังคำนามก็ได้เช่น ภาษาไทยอาจเรียงประโยคแบบ "ประธาน-กรรม-กริยา" คือ มันน่ะ ข้าวกินแล้ว



ขอบคุณที่มา สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 22

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แนวข้อสอบและเฉลย O-NET วิชาสังคมศึกษาฯ : ศาสนา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ม.3

O-NET สังคมกับครูเดช วันละข้อ (1)

เรียนภาษาไทย-ติวO-NETสังคม : ให้อิสระโรงเรียน ปลดล็อกปฏิรูปการศึกษา